[Nov]The Puzzle_______intro
posted on 15 May 2011 12:12 by ladywindsor in ThePuzzles
นานมาแล้วที่เอาแต่เฝ้ามองออกไปนอกหน้าต่าง
มองเห็นคนเดินถนนมากมาย
ฉันมักจะฝันถึงการมีชีวิตอย่างธรรมดาอยู่เสมอ
แต่มันช่างขัดกับสิ่งที่อยู่ภายในตัวตนเหลือเกิน
ดังนั้น ถึงตอนนี้ ก็ได้แต่หวังว่า จะมีซักที่ที่ฉันเป็นตัวเอง ได้อย่างปกติ เป็นธรรมดา
แล้วมันคือที่ไหนกันนะ …
ที่ไหนจะเป็นที่ของเราอย่างแท้จริง
เม็ดฝนพรำลงมาอย่าหนัก ตรงตามรายงานสภาพอากาศเมื่อวานนี้ แต่แย่หน่อยสำหรับคนที่กำลังจะขนของย้ายบ้านโดยไม่แม้แต่จะเปิดทีวีดูข่าว ร่างบางโปร่ง สูงในระดับมาตรฐาน ยืนมองรั้วบ้านที่ทำด้วยเหล็กดัดอัลลอยด์ ทะลุเข้าไปยังตัวบ้าน ระหว่างที่นิ้วก็จิ้มกดออด เพื่อเรียกให้ใครซักคนในบ้านมาเปิดประตู ปากบางเริ่มมีสีม่วงคล้ำจากความฉ่ำเย็นของสายฝน เสื้อแจ๊คเก๊ตสีขาวที่สวมเพื่อให้อุ่นขึ้น เริ่มมีสีดำไหลเลอะบริเวณคอเสื้อ จนถึงไหล่ เนื่องจากสีผมสีดำที่เพิ่งไปทำกลบสีผมเก่ามาสดๆร้อนๆเมื่อวานนี้ เผยให้เห็นสีทองสว่างประปราย บนเรือนผมยาวจรดเอว
สายฝนพรำ เหมือนครั้งแรก ที่มาเยือนบ้านหลังนี้ไม่ผิดเพี้ยน ภาพความทรงจำที่จัดว่าไม่ดีเท่าไหร่นักไหลเข้ามาสู่สมอง ริมฝีปากบางยิ้มเยาะให้กับโชคชะตาของตัวเอง การกลับมาคราวนี้มันไม่ได้เลวร้ายมากไปกว่าเดิมเท่าไหร่หรอกนะ แค่เวลาสามเดือนที่จากบ้านหลังนี้ไป อะไรๆมันก็คงไม่เปลี่ยนไปเท่าไหร่ ก็แค่ กลับมาทำอะไรที่ค้างคา ให้มันเสร็จๆไปซักที
ฝนยังไม่มีทีท่าว่าจะสิ้นสุด มืดฟ้ามัวดินอย่างไม่สามารถหยั่งรู้เวลาจากดวงอาทิตย์ได้เลย มือเรียวไขกุญแจบ้าน ด้วยกุญแจสำรองที่ไม่ได้เอาคืนตั้งแต่ที่ตัดสินใจออกจากบ้านไปครั้งนั้น เมื่อไม่เห็นวี่แววว่าใครจะออกมาต้อนรับตน
แกร็ก!
ภายหลังประตูไม้สูงราวสองเมตร มีร่างสูงยืนกอดออกรออยู่ในความมืด พร้อมประโยคต้อนรับ
“กลับมาทำไม”
น่าประทับใจสุดๆ ปฏิกิริยายังเลวร้ายเหมือนเคย แต่ก็ปกติดี กับคนที่ไม่ได้มีความประทับใจให้กันซักเท่าไหร่ เจอกันคราวที่แล้วก็สร้างเรื่องไว้มากเสียด้วยสิ ดวงตาสีดำเข้มตามธรรมชาติ กวาดมองเจ้าของบ้าน อย่างประมวลผล
อยู่ครบทั้งสี่คน ...
แม้ว่า ทุกคนจะยังง่วนกับการทำกิจกรรมของตัวเอง และไม่มีทีท่าว่าจะสนใจสมาชิกใหม่ของบ้านที่ยืนตัวเปียกโชกอยู่แม้แต่น้อย แต่ก็ถือว่านี่เป็นโอกาสที่ดี สำหรับการทำความรู้จัก และสร้างความประทับใจแรกพบ ตามมารยาทที่ควรจะมี แม้ว่า นี่จะใม่ใช่ครั้งแรกที่พบกัน และ ตัวเธอเองก็รู้ ว่าความประทับใจ มันไม่ใช่สิ่งที่เกิดง่ายนัก กับคนที่เคยสร้างภาพเลวร้ายให้ติดตามาแล้วครั้งหนึ่ง คนที่เพิ่งจะเรียนรู้การ ‘ฝืน’ ก็ฉีกยิ้มโปรยออกมาเป็นครั้งแรก
“สวัสดีค่ะทุกคน” ...สมาชิกใหม่ของบ้านเริ่มต้นพูด เมื่อเห็นว่าไม่มีใครแม้แต่คนเดียวที่จะสนใจ การมายืนทนโท่ของตัวเอง แม้ว่าพวกเขาจะรับรู้ก็ตาม
“ชั้น ชื่อ เลมอน นะยินดีที่ได้รู้จักค่ะ... ชั้นเอาของมาฝากด้วย” คำพูดที่ระรื่นหู แต่ท่าทางหน้าตาคนพูด ก็ยังชวนให้หมั่นไส้อยู่เช่นคราก่อนที่พบกัน
มือเปียกๆหันไปค้นของในกระเป๋าซักพักก่อนคว้า กล่องของขวัญสีแดงสี่อันออกมาให้
คำพูดที่แม้แต่คนพูดก็ยังคิดว่ามันงี่เง่า ถูกกล่าวออกไปพร้อมใบหน้าที่พยายามฉีกยิ้มให้ดูร่าเริงเป็นมิตร กว่าการเจอกันครั้งก่อน แต่ด้วยสายตาที่มองมาอย่างไม่เป็นมิตรเท่าไหร่นั้น พวกเขาทั้งสี่ก็เอื้อมมือมารับของแต่โดยดี
“ขอบใจ ยัยหัวทอง”... คำกล่าวขอบคุณหลุดออกมาจากคนสุดท้ายที่เอื้อมมือมารับของขวัญก่อนจะเอาไปโยนเล่น
เลมอนได้แต่ส่งยิ้มแห้งๆให้ พลางมองตัวเองในกระจกหน้าต่าง แล้วเห็นว่า สีที่ไปย้อมทับมาเริ่มไหลออกไปอย่างไม่คุ้มค่าเงินเสียแล้ว
“แนะนำตัวหน่อยสิคะ”
“...”
“อ๊ะ!! ...เดี๋ยวสิพี่ฮันจิ” ..เลมอนเผลอเรียกตามร่างสูงที่จู่ๆก็ผุดลุกไปโดยไม่บอกไม่กล่าว เจ้าของชื่อ ฮันจิ พี่ชายคนโตของบ้านทำเพียงแค่หันกลับมามอง
“รำคาญพวกตอแหล” พูดแค่นั้นแล้วก็เดินขึ้นชั้นบนไป
ร่างโปร่งเลยได้แต่ยืนยิ้มค้างให้กับบันไดก่อนจะหันมาหาอีกสามคนที่เหลือ อย่างหวังว่าจะมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีกว่านั้น แต่ก็พบกับสายตาหยามเหยียดที่มองกลับมา ... ก็นั่นแหละ สิ่งที่ทำลงไป มันดูงี่เง่าแค่ไหน เจ้าตัวรู้ดีที่สุด
“ที่จริง ชั้นรู้จักชื่อพวกเธอหมดแล้วล่ะ...นาย ฮิโทริ”
“ถ้ารู้จักชื่อชั้นก็น่าจะพูดตั้งแต่คราวที่แล้ว ... เอาเถอะ จะทำอะไรก็ตามสบาย” ..เสียงมา จากร่างสูง ผมสีดำสนิทเหมือนกันทั้งบ้าน แต่ดูเหมือนเขาจะขี้หงุดหงิด ลูกชายคนรอง ไม่มีอะไรที่ต่างจากคนโตเท่าไหร่ ผมสีดำแซมทองสว่างผงกรัวๆ เพื่อบอกว่าเข้าใจ ก่อนจะหันไปหา คนที่เรียกเธอว่า ยัยหัวทอง
“อ้อ..ชั้นคาคุโร เธอน่าจะรู้อยู่แล้วนี่ใช่มั้ย..จมูกยื่นเหมือนหมาอยู่แล้วนี่..แต่ที่นี่เรียกชั้นว่า คุโระ เธอก็น่าจะทำได้นะ” แล้วเจ้าตัวก็จบประโยคยาวนั่นด้วยการยักคิ้วกวนๆให้หนึ่งที ท่าทางนั่น คำพูดนั่น ทำเอาเส้นประสาท กระตุกได้อย่างประหลาด แต่ถึงอย่างนั้นเด็กนี่ก็ดูจะมีมนุษยสัมพันธ์ดีกว่าคนอื่น คาคุโร ลูกชายคนที่สาม ท่าทางกำลังซนกำลังเซี้ยวได้ที่ตามประสาเด็กมัธยมต้น
เลมอนยิ้มกว้างออกมาอีกทีก่อนจะหันไปหาสาวน้อย...สมาชิกคนสุดท้ายที่ยังไม่ได้ทำความรู้จัก แต่ถึงอย่างนั้นก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ได้ท่องจำชื่อมาจนขึ้นใจแล้ว
“ยินดีที่ได้รู้จักจ๊ะ สลิตเธอร์”
“ดี” นี่ก็อีกคนที่มนุษยสัมพันธ์ต่ำติดลบ จนชวนสงสัยว่าบ้านนี้เลี้ยงกันมายังไง แม่เด็กน้อยวัยประถมทำเพียงแค่ส่งเสียงออกมาเท่านั้น ไม่แม้แต่ชายตามามองด้วยซ้ำ
ลูกตาสีดำสนิทจ้องไปยังลูกสาวคนเล็กของบ้าน ก่อนเผยรอยยิ้มเยาะออกมาแวบหนึ่ง ... อย่างกับตัวเองมนุษยสัมพันธ์ดีนักนี่
“...”
“ว้า...ยัยหนูน้อยของเราทำเอาอึ้งเลยใช่มะ เรียกเธอว่า ลิธ ก็พอแล้วล่ะ แต่ถ้าเธอเรียก หนูน้อยนี่ว่า ลิธทาร่า อาจจะโดนซัดก็ได้ เป็นชื่อที่ยัยหนูไม่ชอบอย่างแรงเลยล่ะ ” ไอ้เด็กปากดี คุโระ..เดินเข้ามากระซิบกับเลมอนที่กำลังตัวแข็งเนื่องจาก โดนยัยหนูน้อยที่อายุไม่น่าเกินสิบสาม เดินเชิดหนีไปอย่างไม่ใยดี แถมยังทิ้งของขวัญที่สมาชิกใหม่อุตส่าห์หามาไว้บนโต๊ะอีกตางหากแววตาล้อเลียนของคุโร่ บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่า เขาเข้าใจความรู้สึกพี่สาวหน้าใหม่ แต่จู่ๆดวงตาขี้เล่นก็กลายเป็นเยียบเย็น ความรู้สึกรุนแรงส่งออกมาจากนัยน์ตา
คนถูกมองรู้สึกชายิ่งกว่าความหนาวเย็นจากหยดน้ำ มันวาบไปทั้งตัว แต่ก็จ้องกลับไปด้วยแววตาไม่รู้ร้อนรู้หนาวอะไร
“แต่ช่างเหอะ....ยังไงก็คงเป็นหน้าที่ชั้นที่จะต้องบอกว่า บ้านนี้ ไม่ยินดีต้อนรับคนอย่างเธอ!!”
มือบางจับผ้าขนหนูซับหยาดน้ำออกจากปลายผมเงาในกระจกสะท้อนให้เห็น ดวงตาคม และไฝเสน่ห์ใต้ตาเม็ดเล็กๆ จมูกโด่ง ปากเรียวสวย อย่างคนหน้าตาดี ผมสีดำสนิท แซมด้วยสีทองสว่าง เป็นผลจากการตากฝนอยู่นานสองนาน
ถึงแม้การต้อนรับจะไม่ได้ดีเท่าไหร่ แต่ก็ยังดีที่เตรียมห้องไว้ให้ ไม่ได้อยากจะคิดอะไรให้มากความ ก็เพราะการย้ายเข้ามาครั้งนี้ อยู่ใต้เงื่อนไขของผู้ใหญ่สองคน ผู้เป็นบิดาที่กำลังจะแต่งงานเข้าบ้านฝ่ายหญิงซึ่งมีลูกติดถึงสี่คน แถมยังอยู่ในวัยที่พอจะรับรู้เรื่องราวอะไรๆได้ดีเสียด้วย ไม่แปลกที่เด็กๆซึ่งขาดพ่อ มานานจะเกิดอาการต่อต้าน แต่อย่างที่บอก เงื่อนไขมันอยู่ที่ว่า ทั้งคู่คงจะปลงใจแต่งงานกัน ทั้งๆที่ที่บ้านเข้ากันไม่ได้เป็นแน่ ก็ได้แต่หวังว่าวันพรุ่งนี้ อะไรๆมันจะดีขึ้น และแม้มันจะไม่เป็นอย่างนั้น แต่ก็ต้องผูกมิตรให้ได้!
๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙ 30%
edit @ 18 May 2011 10:51:49 by LadyWindsor